Black Ribbon
A- A A+

จ.กาฬสินธุ์ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 พร้อมแนะนำแอปพลิเคชันเตือนภัย THAI DISASTER ALERT และ ThaiWater

    วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในห้วงฤดูฝน และติดตามการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปั 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานการประชุมฯ
    โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยรายการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในห้วงฤดูฝน ปี 2568 ดังนี้

     1. การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดอุทกภัย ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เตรียมแผนเผชิญเหตุ แบ่งมอบภารกิจ และพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เตรียมแผนการอพยพประชาชน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย เตรียมความพร้อมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำให้เพียงพอ ทำการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลสารารณภัย ให้พร้อมออกปฏิบัติงานได้กับที และตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ ฝาย พนังกันน้ำ ฯลฯ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรองรับกรณีฝนตกหนักหรือมีน้ำไหลเข้า/ผ่านในปริมาณมากได้อย่างปลอดภัย
     2. การเผชิญเหตุระหว่างเกิดภัย โดยบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเผชิญเหตุ โดยใช้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เป็นศูนย์ควบคุม สั่งการ และประสานงานหลัก หากพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่ออันตราย ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก และเร่งอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยทันที จัดตั้งศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบถ้วน และดูแลด้านดำรงชีพเบื้องต้นอย่างเพียงพอตามวงรอบ จัดโรงครัวกลาง เพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้คุณภาพ แจกถุงยังชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ดูแลสุขภาพกายและจิตใจของผู้ประสบภัย และรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการโจรกรรมในพื้นที่อพยพ
     3. งบประมาณการช่วยเหลือ ใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรก หากไม่เพียงพอ ให้รีบประสานผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสารารณภัย เพื่อรับการสนับสนุนโดยเร็ว
     4. การฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัย ให้สำรวจความเสียหายให้ครอบคลุม ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน การเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว ถูกต้องตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางที่กำหนด
     5. การสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ให้ใช้กลไกท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลไกท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ให้ติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน และข่าวสารจากทางราชการทุกช่องทาง อย่างใกล้ชิด อาทิ หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันเตือนภัย ได้แก่ “THAI DISASTER ALERT" ของกรมป้องกันและบรรเทาสารารณภัย (ปภ.) "ThaiWater” ของสถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรนํ้า (สสน.) “เช็คน้ำ” ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
    จากนั้น นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ตามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย/สาธุข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี พ.ศ.2565 - 2567 จังหวัดกาฬสินธุ์ ในพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยสูง จำนวน 11 อำเภอ 31 ตำบล 158 หมู่บ้าน อย่างไรก็ดีจังหวะกาฬสินธุ์ได้เตรียมแผนการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์งอย่างครอบคลุม

พิมพ์ อีเมล