Black Ribbon
A- A A+

จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมรณรงค์ตัดอ้อยสด แก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้อย่างยั่งยืน โดยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ MitrPhol ModernFarm ประจำปี 2568

   วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์การตัดอ้อยสด แก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้อย่างยั่งยืน โดยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ MitrPhol ModernFarm ประจำปี 2568 ณ แปลงชาวไร่เขตส่งเสริมอ้อยที่ 13 นายสานิตย์ สุริฉาย ตำบลหนองอีบุตร อำเภอห้วยผึ้ง ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ สมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์ จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ BIG ROCK KALASIN MODEL ลดการเผาอ้อยอย่างยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้มีการขยายผลจากโครงการ รณรงค์ ตัดอ้อยสด ลดอ้อยไฟไหม้ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วม ตัดอ้อยสด ลุ้นรับเสื้อ นะโม ตัดสด ครอบคลุมในทุกพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และมีการจัดซื้อเครื่องสางใบอ้อย ทั้งหมดจำนวน 186 เครื่อง โดยแยกเป็นโรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำนวน 138 เครื่อง, โครงการคณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่น เขต 21 จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 45 เครื่อง และ สมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์ จำนวน 3 เครื่อง

   นายอดุลย์ ครองเคหัง ผู้จัดการด้านอ้อย มิตรกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์และสาธิตเครื่องสางใบอ้อย ใช้แรงงานตัดอ้อยสด การตัดอ้อยโดยใช้รถตัด และการอัดใบอ้อยเข้าสู่โรงงาน, เพื่อรับทราบนโยบายภาครัฐ และผลกระทบจากการเผาอ้อยก่อนตัด ใบอ้อยหลังเก็บเกี่ยว ตลอดจนเศษวัสดุทางการเกษตร ที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างการมีจิตสำนึกในการตัดอ้อยสด ตอบรับนโยบายภาครัฐในการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องชาวไร่อ้อย และประชาชนในชุมชนพื้นที่

   นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ตัดอ้อยสด แก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้อย่างยั่งยืน โดยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ MitrPhol ModernFarm ประจำปี 2568 เป็นการขับเคลื่อนการตัดอ้อยสด โดยใช้เครื่องสางใบอ้อยก่อนใช้แรงงานตัด การตัดอ้อยโดยใช้รถตัด และเห็นความสำคัญของใบอ้อยที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการอัดใบอ้อยขายให้กับโรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งไม่เผาเศษวัสดุทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวในที่โล่งแจ้ง อาทิเช่น ใบอ้อย ตอซังข้าว มันสำปะหลัง ป่า บริเวณสองข้างทาง วัสดุทางการเกษตรทุกประเภท ขยะ เศษไม้ เศษใบไม้ เป็นต้น เป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญและตระหนักรับรู้ถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ร่วมกัน

ที่มา สนง.ปชส.กส.

พิมพ์ อีเมล