ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2567 (เดือนกุมภาพันธ์ 2567) ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายธวัชชัย รอดงาม นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้งสามท่าน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2567 (เดือนกุมภาพันธ์ 2567) โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล ถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุมราชบพิธ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผู้นำระดับประเทศด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ประจำปี 2566 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมช่วยให้ภาคราชการสามารถขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม จนได้รับการยกย่องว่าทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและจะเป็นภาคีเครือข่ายที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ภาคเอกชนถือเป็นภาคีเครือข่ายที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือภาครัฐในการสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับภาคประชาชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับพัฒนาการจังหวัดในการเอาใจใส่ดูแลการดำเนินการของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ทั้ง 76 แห่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นผู้นำในการผลักดันให้ทำในสิ่งที่ดี และตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กร รวมถึงกำหนดปฏิทินการประชุมกรรมการบริหารของแต่ละจังหวัด ช่วยกันกระตุ้นให้เกิดการพูดคุย ปรึกษาหารือให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างสิ่งที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดผลดียิ่งขึ้นนำไปสู่การสร้างสิ่งที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดผลดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง ดังที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ได้ลงนามประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” คือ การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย (Partnership) ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 17 เพื่อที่จะได้ทำให้เป้าหมายข้อที่ 1 ถึง 16 เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และยั่งยืน
ในปี 2567 ซึ่งเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ ได้มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วยการขับเคลื่อน “โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ให้ครบทั้ง 75,086 หมู่บ้านทั่วประเทศ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ด้วยการต่อยอดแนวทางการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ซึ่งได้รับการขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมา โดยจัดทำตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ของหมู่บ้านยั่งยืน จำนวน 8 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1) ด้านที่อยู่อาศัย 2) ด้านความมั่นคงทางอาหาร 3) ด้านความสะอาด 4) ด้านความสามัคคี 5) ด้านความร่วมมือ 6) ด้านการปฏิบัติตามหลักศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 7) ด้านความมั่นคงปลอดภัย และ ด้านการมีน้ำสะอาดสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” คือ การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบบูรณาการ ด้วยหัวใจ ด้วย Passion ลงไปกระตุ้นปลุกเร้าสร้างพลังให้กับทีมงาน ทั้งทีมจังหวัด ทีมอำเภอ ทีมตำบล และทีมหมู่บ้าน ด้วยการพูดคุยหารือเพื่อทบทวนว่าในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการทำงานแบบบำบัดทุกข์ บำรุงสุข มีความสำเร็จ มีปัญหาอุปสรรค มีจุดอ่อนจุดแข็ง ในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างไร การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข จึงจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้" นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว





















