ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ นำทีมส่วนราชการลุยแก้ปัญหาพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก พร้อมวางแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นางสาวสุภลักษณ์ บุญเกิด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธนากร บุญซ้อน นายอำเภอคำม่วง ผู้แทนจากชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาทัน นายกเทศมนตรีตำบลคำม่วง นายกเทศมนตรีตำบลโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ได้นำรถบรรทุกน้ำเข้าเติมบริเวณถังน้ำกลางบ้านโนนค้อ ตำบลนาทัน พร้อมกับเข้าสำรวจแหล่งน้ำผิวดินเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้พบกับผู้นำหมู่บ้านรับทราบปัญหา โดยมี นายบุญนำ ด้วยโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 นายบุญตา จังนาลุย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 นายสุระพล โถนารัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 นายพงษ์ ดีปะติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 นายครชัย บุริขันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 และตัวแทนชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน ของตำบลนาทัน
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดทางจังหวัดได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจสภาพปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เบื้องต้น เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาจะมีการนำน้ำมาเติมบริเวณถังน้ำกลาง ให้ชาวบ้านโนนค้อ ทั้ง 5 หมู่บ้านไว้ใช้ ส่วนในระยะยาวคาดว่าภายในเดือนมีนาคม 2569 ที่ชาวบ้านได้พร้อมใจกันให้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ ดอนปู่ตา หมู่ที่ 11 เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ จะใช้เป็นแหล่งน้ำดิบ จะมีโครงการขุดลอกโดย ทาง ชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ จะเป็นผู้สำรวจ ที่จะนำเสนอต่อไปยัง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ ส.ท.น.ช. พร้อมกับนำเข้าแผนแก้ไขปัญหาโดยทางจังหวัด ที่คาดว่าหากทำการขุดลอกแล้วเสร็จจะทำให้แหล่งน้ำนี้ มีปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค มากกว่า 130,000 ลบ.ม.จะเพียงพอต่อความต้องการให้กับชาวบ้านโนนค้อครอบคลุม หนึ่งพันครอบครัว ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจาก อำเภอคำม่วง เป็นอำเภอที่จัดอยู่ในถิ่นธุระกันดาร ทั้ง 6 ตำบล 71 หมู่บ้าน ในแต่ละพื้นที่มีปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำไว้ใช้อย่างพอเพียง ได้กำชับให้ อำเภอคำม่วง เร่งสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และ ได้สั่งการณ์ให้ ทุกอำเภอทำการสำรวจปัญหาภัยแล้งเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาภัยแล้ง เพื่อให้ประชาชนได้มีแหล่งน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอ โดยจะนำเอาพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดนำร่องในการแก้ไขปัญหาต่อไป