รองผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ประธานเปิดอบรมโครงการ “ต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารจากข้าวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม” ยกระดับสินค้าเกษตรสู่เชิงพาณิชย์
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นประธานเปิดโครงการต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารจากข้าวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเชิงพาณิชย์ ภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมลำปาว ชั้น 3 อาคาร 15 มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่ในเมือง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 40 คน
ทั้งนี้ นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มีศักยภาพสูงด้านการผลิตข้าว การยกระดับสินค้าเกษตรในปัจจุบันจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่การจำหน่ายวัตถุดิบ แต่ต้องนำนวัตกรรมมาช่วยแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดเชิงพาณิชย์ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างคุ้มค่า พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานและแข่งขันในตลาดได้ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างจังหวัด มหาวิทยาลัย และชุมชน จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
สำหรับการอบรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมย่อยที่ 4 เรื่อง “การผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบน้ำมันรำข้าวสกัดเย็น” มุ่งเน้นการนำรำข้าวซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการสีข้าวมาเพิ่มมูลค่า โดยภายหลังพิธีเปิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมฐานการฝึกอบรมและสาธิต ณ สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งตลอดทั้งวันผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ เทคนิคการสกัด การกรอง และการควบคุมคุณภาพเบื้องต้น เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกปฏิบัติเชิงลึกด้านการบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา การคำนวณผลผลิต (Yield) ตลอดจนการวางแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสรุปผลการฝึกอบรม แลกเปลี่ยนข้อซักถาม และประเมินผลประจำวัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป




















